แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียนคำทับศัพท์ตามโรมะจิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเขียนคำทับศัพท์ตามโรมะจิ แสดงบทความทั้งหมด

3.7.58

การเขียนคำทับศัพท์ตามโรมะจิ(ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้แทนเสียงภาษาญี่ปุ่น)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หน้านี้อธิบายการเขียนคำทับศัพท์ตามโรมะจิ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้แทนเสียงภาษาญี่ปุ่น) โดยโรมะจิในปัจจุบันมีอยู่ 3 ระบบในการเขียนได้แก่ นิฮนชิกิ (日本式) แบบดั้งเดิม, คุนเรชิกิ (訓令式) แบบที่ดัดแปลงจากนิฮงชิกิ และ เฮ็ปเบิร์น (เฮะบนชิกิ, ヘボン式) แบบปรับปรุงพัฒนาตามการออกเสียงจริง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน
1 ระบบโรมะจิ
  • 2 วิธีการถอดเสียงภาษาไทยจากโรมะจิ
    • 2.1 การแยกพยางค์
    • 2.2 ตารางเทียบเสียงสระภาษาญี่ปุ่น
    • 2.3 ตารางเทียบเสียงพยัญชนะภาษาญี่ปุ่น
      • 2.3.1 สำหรับ n ที่เป็นตัวสะกด
  • 3 ข้อยกเว้น

ระบบโรมะจิ

ความหมายคันจิ/คะนะฟุริงะนะโรมะจิ
เฮปเบิร์นคุนเรชิกินิฮงชิกิ
โรมะจิローマ字ローマじrōmajirômazirōmazi
ภูเขาฟูจิ富士山ふじさんFujisanHuzisanHuzisan
ชาお茶おちゃochaotyaotya
รัฐบาล知事ちじchijitizitizi
ย่อขนาด縮むちぢむchijimutizimutidimu
(ตอน) ต่อไป続くつづくtsuzukutuzukutuduku
เสียงตามระบบเฮ็ปเบิร์นเป็นเสียงที่ใกล้เคียงกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยในปัจจุบันมีการใช้กันมากที่สุด สำหรับในหนังสือหรือแหล่งอ้างอิงในบางแหล่งอาจจะมีการใช้โรมะจิแบบเก่า ซึ่งเมื่อถอดเสียงต่อมาเป็นภาษาไทย จะทำให้เกิดเสียงเพี้ยนได้ ซึ่งการถอดเสียงภาษาไทย ควรจะอ้างอิงจากตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นเอง เช่นคำว่า ภูเขาฟูจิ ในตารางด้านบน รูปแบบของเฮ็ปเบิร์นจะใช้ตัวอย่าง ā แทน aa และō แทน oo

วิธีการถอดเสียงภาษาไทยจากโรมะจิ

การแยกพยางค์

แยกพยางค์ก่อน เพราะคำในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วย สระ และ/หรือพยางค์ต้น โดยไม่มีพยางค์ท้ายทุกคำเหมือนภาษาไทยยกเว้น ตัว ん (ออกเสียง ง,น,ม) โดยสระที่อยู่ติดแยกคำอ่าน ยกเว้น aa, ei, ou ถือเป็นพยางค์เดียว
  • chijimu แยก chi-ji-mu อ่าน ชิจิมุ
  • aoi แยก a-o-i อ่าน อะโอะอิ
  • nihongo แยก ni-hon-go อ่าน นิฮงโงะ
  • tōri แยก tō-ri อ่าน โทริ
  • fujieda แยก fu-ji-e-da อ่าน ฟุจิเอะดะ
  • sensei แยก sen-sei อ่าน เซ็นเซ
  • sai, kai, rai, tai หากเขียนด้วยอักษรคะนะและอยู่ในคำเดียวกันมักอ่านร่วมเป็นพยางค์เดียว แต่หากมาจากคันจิคนละตัวมักอ่านแยกสองพยางค์
    • 堺市 เป็นชื่อเมืองในจังหวัดโอซะกะ คันจิ 堺 ออกเสียง さかい (ซะไก) ส่วน 市 ออกเสียง し (ชิ) กรณีนี้จึงอ่านรวม kai เป็นพยางค์เดียว 
    • 坂井 เป็นนามสกุล คันจิ 坂 ออกเสียง さか (ซะกะ) ส่วนคันจิ 井 ออกเสียง い (อิ) กรณีนี้จึงอ่านแยกว่า ซะกะอิ เช่นเดียวกับ 中井 อ่านว่า นะกะอิ
    • 侍 ออกเสียง さむらい (ซะมุไร) เนื่องจากเป็นคันจิตัวเดียวจึงอ่านออกเสียงรวม rai เป็นพยางค์เดียว 
    • イタイイタイ ออกเสียง イタイイタイ (อิไตอิไต) เนื่องจากเป็นเสียงโอดโอย เขียนด้วยคะตะกะนะ จึงอ่าน tai รวมเป็นพยางค์เดียว 

ตารางเทียบเสียงสระภาษาญี่ปุ่น

โรมะจิอักษรญี่ปุ่นการทับศัพท์ตัวอย่างหมายเหตุ
aอะ, –ัyama = ยะมะ, sakura = ซะกุระ, gakkoo = กักโก, san = ซัง
aa, āああอาokāsan = โอะกาซัง, obāsan = โอะบาซัง
eเอะ, เ–็ike = อิเกะ, fune = ฟุเนะ, denwa = เด็งวะ, sensei = เซ็นเซ
ee, ē, eiええ, えいเอsensei = เซ็นเซ, onēsan = โอะเนซัง
iอิkin = คิง, kaki = คะกิ, hashi = ฮะชิ
ii, īいいอีoniisan, = โอะนีซัง, oishii, = โอะอิชี
oโอะ, โอะลดรูปocha = โอะชะ, kome = โคะเมะ, Nippon = นิปปง, konnichiwa = คนนิชิวะ
oo, ō, ouおう, おおโอotōsan = โอะโตซัง, sayōnara = ซะโยนะระ
uอุshinbun = ชิมบุง, isu = อิซุ, Suzuki = ซุซุกิ
uu, ūううอูjūyō = จูโย, jūsho = จูโชะ
yaเอียะkyaku = เคียะกุ, hyaku = เฮียะกุ*
yaa, yāゃあเอียnn = เนียเนีย*
yoเอียวryokō = เรียวโก*
yoo, yōょう, ょおเอียวbin = เบียวอิง, ryōri = เรียวริ*
yuอิวkyu = คิว*
yuu, yūゅうอีวkkō = คีวโก*
* "y" เป็นเสียงกึ่งสระเมื่อตามหลังพยัญชนะจึงกำหนดให้เป็นเสียงสระเพื่อความสะดวกในการออกเสียง

ตารางเทียบเสียงพยัญชนะภาษาญี่ปุ่น

โรมะจิอักษรญี่ปุ่นการทับศัพท์ตัวอย่างหมายเหตุ
bば び ぶ べ ぼobi = โอะบิ
konbanwa = คมบังวะ
chち (+ゃ ゅ ょ)chiisai = ชีซะอิ
konnichiwa = คนนิชิวะ
chi ในบางแห่งอาจเขียนเป็น ti โดยออกเสียงเหมือน chi
dだ で どdenwa = เด็งวะ
Yamada = ยะมะดะ
fFujisan = ฟุจิซัง
fune = ฟุเนะ
gが ぎ ぐ げ ごก (พยางค์แรก)ginkō = กิงโก
ง (พยางค์อื่น)arigatō = อะริงะโต
hは ひ へ ほhashi = ฮะชิ
jじ ぢ (+ゃ ゅ ょ)kaji = คะจิ
kか き く け こค (พยางค์แรก)kao = คะโอะ
ก (พยางค์อื่น)niku = นิกุ
-kkっ (+か き く け こ)กกgakkō = กักโก
mま み む め もmado = มะโดะ
nな に ぬ ね のNagoya = นะโงะยะ
-nง, น, ม
pぱ ぴ ぷ ぺ ぽพ (พยางค์แรก)pen = เพ็ง
ป (พยางค์อื่น)tenpura = เท็มปุระ
-ppっ (+ぱ ぴ ぷ ぺ ぽ)ปปNippon = นิปปง
rら り る れ ろringo = ริงโงะ
sさ す せ そsakana = ซะกะนะ
shし (+ゃ ゅ ょ)sashimi = ซะชิมิshi ในบางแห่งอาจจะเขียนเป็น si โดยออกเสียงเหมือน shi
-ssっ (+さ す せ そ)สซkissaten = คิสซะเต็ง
-sshっ (+ し (+ゃ ゅ ょ))สชzasshi = ซัสชิ
tた て とท (พยางค์แรก)te = เทะ
ต (พยางค์อื่น)migite = มิงิเตะ
-tchっ (+ち (+ゃ ゅ ょ))ตชitchi = อิตชิ
tsuสึtsukue = สึกุเอะ
-ttっ (+た て と)ตตkomitto = โคะมิตโตะ
-ttsuっつตสึmittsu = มิตสึ
wわ はwatashi = วะตะชิは สำหรับคำเชื่อมประโยคหรือท้ายประโยค ออกเสียง วะ นอกนั้นออกเสียง ฮะ
yや ゆ よyama = ยะมะ
zざ ず ぜ ぞ づmizu = มิซุ

สำหรับ n ที่เป็นตัวสะกด

n เมื่อเป็นตัวสะกดจะออกเสียงได้หลายอย่าง จึงกำหนดไว้ดังนี้
  1. เมื่อตามด้วยพยัญชนะ b m และ p ให้ถอดเป็น  เช่น
    • shinbun = ชิมบุง
    • sanmai = ซัมไม
    • enpitsu = เอ็มปิสึ
  2. เมื่อตามด้วยพยัญชนะ g h k และ w ให้ถอดเป็น  เช่น
    • ringo = ริงโงะ
    • ginkō = กิงโก
    • denwa = เด็งวะ
  3. เมื่ออยู่ท้ายสุดของคำ ให้ถอดเป็น  เช่น
    • hon = ฮง
    • san = ซัง
  4. ในกรณีอื่น ๆ นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ 1, 2 และ 3 ให้ถอดเป็น  เช่น
    • gunjin = กุนจิง
    • hontō = ฮนโต
    • undō = อุนโด
    • chichimenchō= ชิชิเม็นโช
    • densha = เด็นชะ
    • onna = อนนะ
    • kanri = คันริ
    • dansei = ดันเซ

ข้อยกเว้น

  • วิสามายนาม วิสามายนามในภาษาญี่ปุ่น เมื่อเจ้าตัว, เจ้าของ, ตัวแทนอย่างเป็นทางการ, ผู้ทรงลิขสิทธิ์ หรือองค์กรในภูมิภาคกำหนดหรือใช้อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเช่นไร ก็ควรใช้เช่นนั้น แม้ไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ เช่น ชื่อบุคคล, ตัวละคร, บริษัท, ห้างร้าน, หน่วยงาน, สิ่งประดิษฐ์, วรรณกรรม, สิ่งบันเทิง, กีฬา ฯลฯ เป็นต้นว่า
    • 三菱 (Mitsubishi, ตามหลักต้องว่า "มิสึบิชิ") แต่มีชื่ออย่างเป็นทางการ (ชื่อบริษัทยานยนต์) ในประเทศไทยว่า "มิตซูบิชิ" ก็ให้ใช้อย่างหลังนี้ 
  • คำที่ทับศัพท์จากภาษาอื่น คำในภาษาญี่ปุ่นที่ทับศัพท์จากภาษาอื่นมักเขียนด้วยคะตะกะนะ อาจให้ทับศัพท์ตามภาษาต้นทาง เช่น
    • カノン (Kanon, ตามหลักต้องว่า "คะนง") ทับศัพท์จากคำภาษาอังกฤษว่า "Kanon", ก็ให้ทับศัพท์ตามคำอังกฤษนั้น และโดยวิธีทับศัพท์ภาษาอังกฤษ เป็น "แคนอน", แต่เนื่องจากเป็นชื่ออะนิเมะ (วิสามานยนาม) ซึ่งในประเทศไทยใช้อย่างเป็นทางการว่า "คาน่อน" จึงให้เขียนชื่ออะนิเมะนี้ว่า "คาน่อน" 
    • チャオリンシェン (Chao Rinshen, ตามหลักต้องว่า "เชา รินเช็ง") ทับศัพท์จากคำภาษาจีนว่า "超鈴音" (Chāo Língchén), ก็ให้ทับศัพท์ตามคำจีนนั้น และโดยวิธีทับศัพท์ภาษาจีน เป็น "เชา หลิงเฉิน", แต่เนื่องจากเป็นชื่อตัวละคร (วิสามานยนาม) ซึ่งในประเทศไทยใช้อย่างเป็นทางการว่า "เจ้า หลินเฉิง" จึงให้เขียนชื่อตัวละครนี้ว่า "เจ้า หลินเฉิง" 
    • วิดีโอเกมที่ผลิตโดยญี่ปุ่นแต่อิงจากภาษาอื่น หรืออาจใช้ตามความนิยมของนักเล่นเกมส่วนใหญ่ โดยอาจใช้อ้างอิงหรือมีการอภิปรายประกอบ
  • คำที่นิยมเขียนเป็นอื่น คำในภาษาญี่ปุ่น ที่ในประเทศไทยนิยมเขียนแบบอื่นซึ่งไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ ก็อาจใช้ต่อไปตามนั้น เช่น
    • 将軍 (shōgun, ตามหลักต้องว่า "โชงุง") แต่นิยมว่า "โชกุน" 
    • 餅 (mochi, ตามหลักต้องว่า "โมะชิ") แต่นิยมว่า "โมจิ" 
    • ちゃん (chan, ตามหลักต้องว่า "ชัง") อันเป็นวิภัตติอย่างหนึ่งในภาษาญี่ปุ่น มักใช้เป็นสร้อยชื่อ และในประเทศไทยนิยมว่า "จัง"
  • คำที่ราชบัณฑิตยสถานรับรอง คำที่ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติเอง ให้ใช้ตามนั้น แม้ไม่ต้องตามวิธีทับศัพท์นี้ก็ตาม เช่น
    • 東京 (Tōkyō, แยกพยางค์เป็น Tō-kyō, และตามหลักต้องว่า "โทเกียว") ราชบัณฑิตยสถานให้ว่า "โตเกียว" โดยชี้แจงว่า ก่อนประกาศใช้หลักเกณฑ์นี้ มีการทับศัพท์ว่า "โตเกียว" แพร่หลายอยู่แล้ว
    • 津波 (tsunami, ตามหลักต้องว่า "สึนะมิ") ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติว่า "สึนามิ" ตามความนิยม